ตัวอย่างการใช้งาน
ingfah ตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการยกระดับการให้บริการลูกค้าในสเกลระดับมหาศาล โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนการขยายทีม (Fixed Cost) ที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วน
รับสายอัตโนมัติ ตลอด 24 ชั่วโมง
รองรับการตอบคำถาม รับเรื่อง และปิดเคสพื้นฐานได้แบบไม่มีวันหยุด ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในรูปแบบเสียงและข้อความ
กลุ่มธุรกิจที่เหมาะสม: องค์กรที่มีปริมาณการติดต่อ (Volume) สูง เช่น Call Center, ศูนย์รับแจ้งปัญหา หรือสายด่วนประกันภัย ที่ต้องการรักษามาตรฐาน Tier-1 Support ตลอดเวลา โดยไม่อิงกับเวลาทำการของพนักงาน
ยืนยันคำสั่งซื้อและนัดหมายอัตโนมัติ
ดำเนินการยืนยันคำสั่งซื้อ ทำนัดหมาย หรือให้บริการสำคัญได้ทันที โดยเชื่อมต่อและดึงข้อมูลจากระบบหลังบ้าน (Core Systems) แบบ Real-time
กลุ่มธุรกิจที่เหมาะสม: E-commerce, โรงพยาบาล, สายการบิน หรือบริการจัดส่ง เพราะลูกค้าจะได้รับการยืนยันทันที โดยไม่ต้องรอคิวสายว่างให้เสียประสบการณ์
ผู้ช่วยจัดการการจองและ Concierge
จัดการการจองบริการได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นบริการจองรถ (Limousine), นัดหมายซ่อมบำรุง หรือ Concierge Service พร้อมระบบส่งแจ้งเตือนและ Follow-up อัตโนมัติ
ingfah สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบ Booking ของคุณโดยตรง เพื่อเช็กคิว ยืนยัน และแก้ไขการจองให้จบได้ภายในบทสนทนาเดียว
Outbound Campaign ในวงกว้าง
สเกลการโทรติดตามยอดชำระ, นำเสนอสินค้า (Up-sell) หรือ Follow-up ลูกค้าในระดับ Mass ได้โดยอัตโนมัติ พร้อม Dashboard วิเคราะห์ข้อมูล (Analytics) ที่แสดงอัตราการรับสาย, Drop-off Rate และ Close Rate ช่วยให้ทีมงานปรับกลยุทธ์ได้ทันท่วงที
กลุ่มธุรกิจที่เหมาะสม: ทีม Sales, ทีมทวงถามหนี้ (Debt Collections) หรือทีมดูแลลูกค้า (Retention) ที่ต้องการเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า (Outreach) โดยไม่เป็นการเพิ่มต้นทุนบุคลากร
กลไกการทำงานของ ingfah
ระบบของ ingfah ถูกออกแบบมาให้ทำงานประสานกันผ่าน 3 กลไกหลัก ได้แก่
1. ระบบรับฟังและพูดคุย (Voice & Chat Layer) รองรับทั้งรูปแบบเสียงและข้อความ ขับเคลื่อนด้วยระบบวิเคราะห์เสียง (ASR) ที่ถูกเทรนมาสำหรับภาษาไทยโดยเฉพาะ จึงเข้าใจทั้งสำเนียงและคำศัพท์เฉพาะทางในแต่ละธุรกิจ
2. ระบบเข้าใจบริบท (Context-Aware AI) ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี LLM ของ Frontier Lab ทำให้ AI สามารถเข้าใจบริบทของการสนทนา รู้เจตนาที่แท้จริง จับอารมณ์ของลูกค้า และตัดสินใจได้ว่าควรต้องทำอะไรต่อไปในทันที
3. การเชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อ (Platform Integration) สามารถเชื่อมต่อกับระบบ CRM, ERP และระบบโทรศัพท์เดิมที่องค์กรใช้อยู่ได้โดยตรง พร้อมฝังความรู้ (Embedded Knowledge) เพื่อให้นโยบายของบริษัทถูกนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในทุก ๆ บทสนทนา